วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3



Safari Browser บราวเซอร์สำหรับคนยุคใหม่

Safari  คืออะไร 

          Safari คือโปรแกรมสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต ดูเว็บไซต์ คล้ายๆ กับ Internet Explorer หรือ Firefox ซึ่งตัวโปรแกรมก็จะสามารถทำได้เหมือนกับ Browser อื่นๆ เช่น การดูเว็บไซต์ การดาวน์โหลดข้อมูล และยังสามารถบันทึกเว็บไซต์ที่ชื่นชอบได้อีกด้วย 
               
เมื่อ Safari เป็นเพียงโปรแกรมสำหรับท่องเว็บแสนธรรมดา แล้วทำไมผู้อ่านจะต้องไปสนใจโปรแกรมนี้ด้วย เพราะ Safari มีจุดเด่นที่เรียกว่าเข้าตากรรมการหลายจุด เช่น การที่ใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บเพจที่รวดเร็ว การใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน Build in Search ผ่านเว็บไซต์ Google และยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้โปรแกรม Safari

1. การค้นหาเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็ว
                จาก ข้อมูลของทาง Apple.com ก็ได้พูดถึงโปรแกรม Safari ว่าเป็นโปรแกรมท่องเว็บไซต์ที่เร็วที่สุด เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Browser อื่น เช่น Firefox หรือ Internet Explorer แต่ก็เป็นข้อมูลจากทาง Apple.comซึ่งก็ขอให้ผู้อ่านฟังหูไว้หู อย่าเชื่อข้อมูลของทาง Apple.com มากนัก และจากประสบการณ์ที่ใช้งานมาทั้งSafari Firefox และ Internet Explorer ในความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่า Safari  เร็วกว่า  Internet Explorer อย่างเห็นได้ชัด แต่ต่างกับ Firefox เล็กน้อย โดยขั้นตอนการโหลดเว็บของ Safari จะกระตุกสักครู่แล้วมาหมดทีเดียวทั้งหน้าเลย ต่างจาก Firefox ที่จะมีกรอบเหลี่ยมๆ ก่อนแล้วแต่ละส่วนค่อยๆ โหลดมา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเทคนิคการเขียนโปรแกรมนั้นแตกต่างกัน

2. ง่ายต่อการใช้งานและสะอาดตา
                เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรกก็คงรู้สึกได้ถึงความสะอาด และไม่ต้องกลัวว่าจะมีหน้าต่างประหลาด โฆษณาที่ไม่ต้องการโผล่ออกมาบ่อยๆ เหมือนกับ Internet Explorer ปุ่มใช้งานหลักๆ มีเพียงบรรทัดเดียว นอกนั้นเป็นส่วนของ Bookmark ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้หน้าเว็บไซต์แบบเต็มๆ รับรองถูกใจหน้าตาของ Safariอย่างแน่นอน


3. สามารถใช้งานได้ทั้ง Windows และ Mac
                ต้องเรียกว่าโปรแกรมทางฝั่ง Mac OS หลายตัวก็เริ่มที่จะ Runได้บน PC ซึ่งตัวโปรแกรมทั้งเวอร์ชันMac และ Windows ก็ไม่ต่างกันเลย ทำให้ผู้ใช้ที่ถูกใจ Safari ใน Mac แน่นอนเมื่อสามารถใช้งานได้บนWindows ด้วยก็จะสะดวกและทำให้ผู้สนใจดาวน์โหลดไปใช้งานมาก โดยมียอดดาวน์โหลดมากกว่าล้านครั้งแล้วสำหรับ Safari บน Windows



4. Build-in Search ใช้ Google
                สำหรับ ผู้ที่ใช้งาน Internet Explorer 7 อยู่อาจจะไม่ชอบใจที่ทาง Microsoft ตั้ง Build-in Search เป็นLive.com ซึ่งก็ไม่ค่อยจะดีนักสำหรับการหาข้อมูล แต่ Safari นั้น Build-in Search เป็น Google.com ทั้งในโปรแกรมบน Windows และ Safari ใน iPhone ซึ่งแน่นอนเท่ากับว่า iPhone เองก็สามารถที่จะเชื่อมต่อกับGoogle ได้อย่างง่ายดาย

5. มี Web Browser ตัวเดียวกับ iPhone
                Safari เป็นโปรแกรมท่องเว็บตัวเดียวกับที่ iPhone ใช้ ส่วนมือถืออื่นๆ มักจะใช้ Opera Mini ในการท่องเว็บไซต์ แต่ดูจากความสามารถโดยรวมของ iPhone นั้นต้องยอมรับว่าเหนือชั้นกว่า Opera Mini อย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เพราะแม้กระทั่งผู้ที่ได้ใช้งานบน Windows ก็ยังรู้สึกว่าดีกว่าขนาดนี้ แล้วถ้ามาใช้ใน iPhone คงไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว

ระบบรักษาความปลอดภัยของโปรแกรม Safari


การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ใช่เครื่องส่วนตัว ถือว่าเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะว่าคุณอาจจะถูกขโมยข้อมูลไปได้ แต่ Safari ทำให้คุณสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้โดยหมดกังวล เพราะสามารถเลือกโหมดการใช้งานแบบส่วนตัวได้ และยังมีระบบป้องกันในการดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต โดยมีการเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ และเวลาที่ดาวน์โหลด รวมไปถึงการแจ้งเตือนเมื่อเปิดไฟล์ครั้งแรก นอกจากนี้ยังสามารถอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยผ่านทาง Apple Software Update ด้วย

นอกจากนี้โปรแกรมนี้ มาด้วยความสามารถ ที่มากมาย เหลือหลาย เกินคำบรรยาย ที่เด่นๆ เลย เช่น ฟีเจอร์ (Features) แบบ Full-Page Zoom ครับ เป็น ความสามาถใหม่ล่าสุด โดย คุณสามารถซูม หรือขยายเว็บเพจ ให้เข้าไปลึกกว่าเดิม เพื่อเพิ่มวิสัย การเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ คณาจารย์ อาจารย์ต่างๆ ที่มีความต้องการ เปิดเว็บเพจ เว็บไซต์ต่างๆ เข้าไปสาธิต หรือแสดงให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ดูจะได้ไม่ต้องนั่งเพ่งสายตากัน ปวดตากันเปล่าๆ โปรแกรมนี้ จัดให้ หรือยังจะมีแบบ Zoom Text Only ที่จะเลือกขยายเฉพาะ ข้อความ กันอย่างเดียว ก็ยังมีกันอีกด้วย

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เหมาะสำหรับโปรแกรม Safari


                โปรแกรม Safari บน Windows ทาง Apple ก็ไม่ได้ตั้งสเปคที่สูงอะไรมาก เพียงแค่ CPU ที่มีความเร็วตั้งแต่ 500 MHz ของค่ายใดก็ได้ แต่ถ้า Base เป็น Intel ก็จะทำงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนแรมขั้นต่ำก็อยู่ที่ 256 MBเท่านั้น ส่วนจะใช้งานบน Windows Vista หรือ Windows XP นั้นเท่าที่ทดสอบ พบว่าบน Windows Vista อาจจะมีปัญหาเล็กน้อย ส่วน Windows XP ก็จะมีปัญหาบ้างหากต้องใช้งาน Add-on ของทางไมโครซอฟท์



เว็บแนะนำ Safari Browser เข้าใจง่ายน่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2




             1.เว็บเบราว์เซอร์ 


             (web browserเบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ
ประโยชน์ของ Web Browser
สามารถดูเอกสารภายในเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ อย่างสวยงามมีการแสดงข้อมูลในรูปของ ข้อความ ภาพ และระบบมัลติมีเดียต่างๆ ทำให้การดูเอกสารบนเว็บมีความน่าสนใจมากขึ้น ส่งผลให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นในปัจจุบัน ปัจจุบัน web browser ส่วนใหญ่จะรองรับ html 5 และ อ่าน css เพื่อความสวยงามของหน้า web page




          2.กลไกการทำงานของเว็บเบราว์เซอร์เหมือนเว็บเพจ

     สำหรับเว็บเพจธรรมดาที่โดยปกติมีนามสกุลของไฟล์เป็น htm หรือ html นั้น เมื่อเราใช้เว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจใด เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะส่งเว็บเพจนั้นกลับมายังบราวเซอร์ จากนั้นบราวเซอร์จะแสดงผลไปตามคำสั่งภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ที่อยู่ในไฟล์
์ 


     จะเห็นได้ว่าเว็บเพจดังรูปเป็นเว็บเพจที่มีลักษณะ static กล่าวคือ ผู้ใช้จะพบกับเว็บเพจหน้าตาเดิมๆ ทุกครั้งจนกว่าผู้ดูแลเว็บจะทำการปรับปรุงเว็บเพจนั้น นี่คือข้อจำกัดอันมีต้นเหตุมาจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อธิบายหน้าตาของเว็บเพจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HTML สามารถกำหนดให้เว็บเพจมีหน้าตาอย่างที่เราต้องการได้ แต่ไม่ช่วยให้เว็บเพจมี "ความฉลาด" ได้

     การสร้างเว็บเพจที่มีความฉลาดสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การฝังสคริปต์หรือชุดคำสั่งที่ทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side script) ไว้ในเว็บเพจ


     จากรูปเป็นการทำงานของเว็บเพจที่ฝังสคริปต์ภาษา PHP ไว้ (ขอเรียกว่า ไฟล์ PHP) เมื่อเว็บบราวเซอร์ร้องขอไฟล์ PHP ไฟล์ใด เว็บเซิร์ฟเวอร์จะเรียก PHP engine ขึ้นมาแปล (interpret) และประมวลผลคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ PHP นั้น โดยอาจมีการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล หรือเขียนข้อมูลลงไปยังฐานข้อมูลด้วย หลังจากนั้นผลลัพธ์ในรูปแบบ HTML จะถูกส่งกลับไปยังบราวเซอร์ บราวเซอร์ก็จะแสดงผลตามคำสั่ง HTML ที่ได้รับมา ซึ่งย่อมไม่มีคำสั่ง PHP ใดๆ หลงเหลืออยู่ เนื่องจากถูกแปลและประมวลผลโดย PHP engine ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ไปหมดแล้ว

     ให้สังเกตว่าการทำงานของบราวเซอร์ในกรณีนี้ไม่ต่างจากกรณีของเว็บเพจธรรมดาที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้เลย เพราะสิ่งที่บราวเซอร์ต้องกระทำคือ การร้องขอไฟล์จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอรับผลลัพธ์กลับมาแล้วแสดงผล ความแตกต่างจริงๆ อยู่ที่การทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกรณีหลังนี้ เว็บเพจที่เป็นไฟล์ PHP จะผ่านการประมวลผลก่อน แทนที่จะถูกส่งไปยังบราวเซอร์เลยทันที

     การฝังสคริปต์ PHP ไว้ในเว็บเพจ ช่วยให้เราสร้างเว็บเพจแบบ dynamic ได้ ซึ่งหมายถึงเว็บเพจที่มีเนื้อหาสาระและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้เปิดดู โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งมาให้ หรือข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นต้น 



3.ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ (web browser)


1.Safari





  2.Mozilla Firefox







         3.Google chrome